วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566

เข้าร่วมกิจกรรรมกลุ่มที่ 12

ปัญญา : พหุปัญญา 



ความรู้ที่ได้รับ

    พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของคนที่แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆจะค้นหาแก้ปัญหาและสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคมซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมโดยสมองของแต่ละคนจะมีความสามารถที่แตดต่างกันไปทั้งในจุดเด่นและจุดด้อยซึ่งความสามารถทางพหุปัญญาจำแนกออกเป็น 9ด้าน ได้แก่
1.ปัญญาด้านภาษา  
2. ปัญญาด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์   
3.ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์  
4. ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว   
5. ปัญญาด้านดนตรี  
6. ปัญญาด้านมนุษย์สัมพันธ์   
7. ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง   
8. ปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา   
9. ความฉลาดในการคิดใคร่ครวญ

เข้าร่วมกิจกรรรมกลุ่มที่ 10

  ปัญญา : ทักษะพื้นฐานความสามารถด้านคณิตศาสตร์


ความรู้ที่ได้รับ

    ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยเป็นทักษะที่ครูควรจะส่งเสริมให้กับเด็กปฐมวัยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทักษะสําคัญที่ควรส่งเสริมเป็นพื้นฐานได้แก่ ทักษะการจํา แนกเปรียบเทียบ จัดหมวดหมู่ การเรียงลําดับ และการวัดซึ่งสามารถจัดให้อยู่ในรูปของกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลายและเป็นไปตามธรรมชาติสอดคล้องกันกับกิจวัตรประจํา วันของเด็ก ก็จะเป็นการช่วยวางรากฐานและส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่สําคัญให้กับเด็กปฐมวัย
       เทคนิควิธีที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านคณิตศาสตร์
1. การบันทึกรายวัน  เป็นบันทึกรายวันที่เกี่ยวกับประสบการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
2. ระเบียนพฤติการณ์  มักใช้เพื่อบันทึกเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ
3. การเลือกบันทึกเฉพาะด้าน เป็นการเลือกบันทึกลักษณะเฉพาะอย่างของโปรแกรมที่จัดในโรงเรียน เช่น การสนทนาของเด็กขณะรับประทานอาหารกลางวัน
4. มาตรประเมินพฤติกรรม มาตรประเมินค่า และแบบตรวจสอบ มักใช้ในการประเมินพฤติกรรมที่เด็กแสดงออก อาจมีระดับตั้งแต่ ต่ํา ปานกลาง และสูง แสดงลําดับการพัฒนาขึ้นหรือค่าที่สูงขึ้น แต่ครูผู้ใช้มาตรต่างๆ ครูอาจสร้างเองโดยอาศัยเป้าหมายการเรียนคณิตศาสตร์

เข้าร่วมกิจกรรรมกลุ่มที่ 3

 ร่างกาย - ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็กและประสาทสัมพันธ์


แบบทดสอบหลังเรียน

ความรู้ที่ได้รับ

    การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อพัฒนาความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือ ตา เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของร่างกายได้อย่างประสานสัมพันธ์กัน และเพื่อวางรากฐานในการใช้มือที่ถนัดและเตรียมความพร้อมที่จะเขียนและอ่านต่อไป แต่ครูและผู้ปกครองส่วนมากมักผลักดันให้เด็กฝึกการเขียนในขณะที่เด็กยังไม่พร้อม กล้ามเนื้อเล็กยังไม่พัฒนา ทำให้เด็กเกิดความเครียดและไม่มีความสุขในการเขียน และอาจมีผลในเชิงลบต่อการเรียนรู้ทักษะทางภาษาในอนาคตต่อไปด้วย
       เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการด้านร่างกายกล้ามเนื้อมัดเล็ก
การวัดผลและประเมินผลพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย สามารถใช้วิธีการต่างๆ ได้หลาย รูปแบบ
การรวบรวมข้อมูลขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของข้อมูลที่ต้องการวิรีการที่เหมาะสมและนิยมใช้ ในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยแนวใหม่ มีด้วยกันหลายวิธีดังต่อไปนี้
1. การสังเกต (Ovservation) การสังเกตจึงเป็นวิธีการที่ครูส่วนใหญ่ใช้ในการวัดและ ประเมินผล ดามสภาพ
จริงที่เก็บรวบรวมข้อมูลเคี่ยวกับตัวเด็กทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการด้วยการ เฝ้าดูพฤติกรรมที่
แสดงออกตามธรรมชาติโดย ไม่รู้ตัว แล้วจัดบันทึถพฤติกรรมที่สังเกตได้ลงในแบบฟอร์ม
2. การสังเกตโดยอ้อม (Indirect obscrvation)/ เป็นการสังเกตที่ผู้สังเกตไม่ได้ฝ้าสังเกตดู พฤติกรรม
ต่างๆด้วยตนเอง แต่อาศัยการถ่ายทอดจากผู้อื่นเล่าพฤติกรรมของผู้ถูกสังเกตให้ผู้สังเกตฟัง หรือ อาศัยข้อมูลจากเครื่องมือต่างๆ
3. แบบบันทึก (Aneedotal records) แบบบันทึก เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการบันทึก พฤติกรรมหรือ
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งๆ เช่น บันทึกการพัฒนาของ เด็ก บันทึกการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นต้น
4.การใช้แบบทดสอบ (Test)แบบทดสอบในระดับอนุบาลแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
   1.แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น (Teacher -made)
   2.แบบทดสอบมาตรฐาน (Standardized test)
5. การใช้แบบประเมินพัฒนาการ หรือแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) แบบตรวจสอบ รายการ เป็นชุด
ของข้อความที่แสดงรายการ หรือพฤติกรรมของเด็ก เพื่อให้ครูทำการตรวจสอบหรือสำรวจดู ว่าราชการหรือพฤติกรรมที่ต้องการสำรวงมีอยู่หรือไม่ แบบตรวจสอบรายการ
6. แฟ้มสะสมงาน (Portfolio)แฟ้มสะสมงาน คือ การรวบรวมผลงานของเด็กปฐมวัยอย่างมี จุดมุ่งหมาย
แสดงให้เห็นถึงความพยายาม ความก้าวหน้า ทักษะและพัฒนาการ ดลอดจนความสำเร็จของเด็ก ในค้านใดค้านหนึ่งหรือหลายๆด้าน
7. การสัมภาษณ์ (interview เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนอาจเกิดขึ้นระหว่างครูเด็กครู ผู้ปกครอง จะ
ได้ผลดีถ้ามีความคุ้นเคยกัน มีประ โยชน์ในการทำความเข้าใจเด็กแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ
   1.การสัมภาษณ์แบบมี โครงสร้าง
   2.การสัมภาษณ์แบบไม่มีไครงสร้างหรือไม่เป็นทางการ
   3.การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
8. การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก (Anecdotes) เป็นการเขียนเรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับตัวเด็กจาก เหตุการณ์
ที่มีความหมายต่อครูและเด็ก ครูอาจสังเกตจนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านพ้นไปจึงจดบันทึกหรือบันทึก ย่อๆ ขณะสังเกต

 

เข้าร่วมกิจกรรรมกลุ่มที่ 2

 ร่างกาย - ทักษะกลไก การเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อใหญ่





แบบทดสอบหลังเรียน




ความรู้ที่ได้รับ

        พัฒนาการทางด้านร่างกายสำหรับเด็ก หมายถึง การเจริญเติบโตทางด้านต่างๆของร่างกายและการพัฒนาทักษะทางกายภาพให้มีความสามารถในการเคลื่อนไหว รักษาสมดุลของร่างกายและการควบคุมการทรงตัวได้ดี รวมถึงช่วยประสานสัมพันธ์ของร่างกายให้ทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
        พัฒนาการค้านร่างกายนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ
1. พัฒนาการทางด้านปริมาณ ได้แก่ การเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย เช่น ส่วนสูง ตัวโตขึ้น และมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
2. พัฒนาการทางด้านคุณภาพ ได้แก่ ความสามารถในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ เช่น การนั่ง การยืน การเดิน การวิ่ง และการกระโดด
    เครื่องมือและตัวอย่างที่นิยมใช้ในการประเมินความสามารถด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัยคือการสังเกตพฤติกรรมซึ่งเป็นวิธีที่พ่อแม่ผู้ปกครองและครูใช้กันมากที่สุด เพราะสามารถทําได้ง่ายและช่วยให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กได้ดีกว่าวิธีอื่นๆการบันทึกพฤติกรรมที่ได้จากการสังเกตมีความสําคัญอย่างยิ่งที่ต้องทําอย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่อง เนื่องจากกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัยมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการสังเกตพฤติกรรมเด็กอาจสังเกตและจดบันทึก โดยบรรยายรายละเอียดของพฤติกรรมตามที่เห็นหรือสังเกตได้หรืออาจเป็นการสังเกตประกอบการใช้เครื่องมือชนิดต่างๆ

ดอกไม้ในใจฉัน

 ดอกไม้ในใจฉัน



เด็กน้อยในใจฉัน

 


เด็กน้อยในใจฉัน

    น้องเป็นคนน่ารัก ร่าเริง มีของเล่นและขนมมาแบ่งปันเพื่อนๆเสมอ  น้องใบเตยมักพูดกับเราว่าวันนี้ครูสวยจังเลยคะ กินข้าวยังคะ เป็นเด็กที่ค่อยข้างต้องการความรักความอบอุ่นอย่างมาก

แบบประเมินความพึงพอใจ การเข้าชม BLOG

  แบบประเมินความพึงพอใจ การเข้าชม BLOG https://forms.gle/ULNVrUYJoeEbkjHJ6 ผลการประเมิน